[EBF-NV] เยี่ยมชมสุสาน

posted on 17 Apr 2015 17:56 by findarato in EBF
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 
 
------
 

 
 
 
 
 
หมายเลขทหาร: #2140
ชื่อทหาร: นาวาเอก ฟีดาร์ รัมสตัด

------


ใกล้คือทะเล ไกลคือทะเล

ชายหนุ่มยิ้มแย้ม พูดคุยกับพ่อแม่ของพี่น้องที่จากไป...พี่น้องที่เกือบทั้งหมดล้วนไม่เคยได้รู้จัก พักหนึ่งเขาจึงเดินผ่านผู้คนขวักไขว่ไปยังห้องสำหรับลูกเรือ

ไม่ว่าฟีดาร์ รัมสตัด คาดหวังจะเห็นอะไร หรือพบกับใคร ความคาดหวังนั้นไม่เป็นจริง เพื่อนเก่าของเขาล้วนจากไปเกือบหมดสิ้นแล้ว สงครามครั้งก่อนโหดร้ายกว่าครั้งนี้นัก ร้อยสามสิบสี่ของนาวีเป็นตัวเลขที่น้อยนิดเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ฝ่ายกองทัพทหารหลวงได้รับ เขาไม่แน่ใจว่ากองทัพอากาศสูญเสียไปมากน้อยแค่ไหน คงไม่มากหรือน้อยไปกว่ากัน แต่สำหรับอิกดราซิลทั้งเขต...กองทัพทหารหลวงก็แทบจะได้รับชัยชนะเหนือสงครามใหญ่นี้แล้ว ถ้าไม่มีใครพลิกแผนทำอะไร

ซึ่งคงจะมี

นาวาเอกเงยหน้ามองจากเรือใหญ่ เสี้ยวหน้าของผู้บัญชาการสูงสุดฝั่งกำชัยปรากฏอยู่ใต้เงาม่าน เขายิ้มขึ้นมานิดหนึ่ง นึกสงสัยว่าชายผู้นั้นคิดและรู้สึกอย่างไรที่จัดให้พวกเขาเข้าเยี่ยมสุสานทหาร...สุสานบรรจุร่างของพี่น้องที่ผู้ชนะครอบครองไปทั้งสิ้น ทั้งแผ่นดิน กระทั่งสิทธิ์เหนือร่างไร้วิญญาณ...ให้พวกเขามาเหยียบที่แห่งนี้ ตอกย้ำความพ่ายแพ้ให้ลึกลงจมดิ่งสู่ห้วงลึก ว่ากองทัพเรือได้สูญสิ้นสิทธิ์เหนือส่วนกลาง...สูญสิ้นทุกสิ่งในผืนป่าแห่งอิกดราซิล

ร่างสูงก้าวลงจากเรือสำราญ เดินปะปนกับฝูงชน จนกระทั่งถึงทางขึ้นบอลลูนที่จัดไว้สำหรับเดินทางสู่มัลวาร์ม

บอลลูนของกองทัพทหารหลวง...สู่สุสานที่เป็นของกองทัพหลวง

นัยน์ตาสีฟ้าสดไม่เหลือบมองพื้นดินที่เคลื่อนผ่าน

เขาไม่อยากรู้สึกขุ่นเคืองในจิตใจจนรอยยิ้มบนใบหน้าจางลง





นาวาเอก ฟีดาร์ รัมสตัด ไม่ได้เข้าร่วมสงครามแห่งอิกดราซิล

เขาไม่ได้รับบาดเจ็บ ไม่ได้เห็นเพื่อนพ้องกรีดร้องทรมานสิ้นชีวิตลงกับตา ได้ยินแต่ข่าวว่าป่าถูกไฟผลาญไปมาก และอาวุธสงครามของกองทัพอากาศกราดยิงราวไม่รู้จบสิ้น

ริมฝีปากที่เปล่งเสียงขับร้องบทเพลงนั้นจึงมาจากใจ...ใจที่ไม่ได้เจ็บแค้นด้วยภาพโดยตรง

เขาอยากทำเพื่อทุกคนที่จากไปมากกว่านี้

ทำไมเขาไม่กลับมาให้เร็วกว่านี้

ทำไมถึงไม่กล้า

ไม่รีบตัดสินใจให้ทันเวลา

ทำไม





There up she rises among clouds of the sky


สายน้ำรินรดลงจรดแท่นหินจารึกความทรงจำสุดท้าย ดอกไม้สีขาววางเรียงราย


There up she rises above the deep blue sea


หญิงสาวร่างเล็กคลี่ยิ้มอ่อนหวาน ยามก้าวมายืนด้านหน้ากองทัพนาวี และเปล่งวาจาที่ราวจะยึดเอาความคิดความรู้สึกของทุกคนไว้ด้วยกัน


Throws off the bucket of sorrows remedy


มือหนาเคลื่อนกำแน่น ก่อนจะคลายออกช้าๆ พลางทอดหายใจยาว สายตามองแต่ชื่อและคำสดุดีบนแท่นหิน ณ หลุมศพ ของคนที่เขาไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นแม้แต่หน้า แต่อย่างไรเสียก็คือพวกพ้อง คือพี่น้อง ครอบครัวนาวีด้วยกัน ที่ถูกกองทัพผู้ชนะบีบบังคับให้ต้องอยู่ที่นี่ ไม่อาจกลับบ้าน ไม่อาจกลับสู่อ้อมอกของผู้เป็นที่รักได้อีก


...Rums and Shanties are all needed for ye





เขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ ราวกับทั้งร่างไร้วิญญาณ

ฟีดาร์ไม่อยากจะจดจำช่วงเวลาที่เขาเหยียบย่ำบนบอลลูนของกองทัพนั้น เขาก้าวขึ้นมาในเรือสำราญนั้นอีกครั้ง และรู้สึกว่ามั่นคงขึ้นกว่าครั้งยืนอยู่บนฝั่ง นาวาเอกนั่งลงกับเพื่อนทหาร เหล้ารัมวางอยู่บนโต๊ะนั้น เขาแจกจ่ายแก้วใบเล็กทั่วกัน และรินของเหลวสีอำพันเข้มลงแก้วละน้อย กลิ่นของแอลกอฮอล์รุนแรงโชยฉุน กลบกลิ่นเกลือทะเล และน้ำตาของใครสักคนที่นั่น

คงจะไม่ใช่น้ำตาของเขา ที่ยังไม่ทันจะผูกพัน ก็ต้องเสียใจ




ใกล้คือทะเล ไกลคือทะเล

สุดสายตาคือทะเล

เพียงเอื้อมมือคือทะเล




นับแต่นี้ เขาจะทำเพื่อพี่น้องที่จากไป

และไม่อาจหวนคืนสู่ทะเล



[END]

Comment

Comment:

Tweet

Star* of Radiance View my profile

Favourites