[EGoT] Nagga's Redemption (1/?)

posted on 21 May 2014 23:48 by findarato in EGoT
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 
------
 
 
 

 
 
ตัวละคร: Cerdik Greyjoy, Lord of the Iron Islands
 
 
------
 

Sub-Event: 05

Tales of Yore

 
1. Dragon
 
 
 
วิหคสีขาวสยายปีกร่อนผละออกจากดาดฟ้าเรือกว้าง บินมุ่งสู่ทิศใต้ ลมหนาวเย็นที่พัดแผ่วลงมาช่วยเสริมการเดินทางของมัน ทว่าไม่ใช่ของพวกเขา

ที่โอลด์วิกอันเป็นเสมือนที่มั่นชั่วคราวของกองเรือเหล็ก เรือยาวจอดเรียงแน่นขนัดที่อู่นากาดูมืดทึบและทรุดโทรม นักรบที่ออกมาฝึกซ้อมกันบนฝั่งยังคงความดุดัน ทว่าความกระหายสงครามกลับกลายเป็นเรื่องห่างไกลสำหรับนักรบเหล็ก หากมีใครพูดถึงวีรกรรมอันห้าวหาญ ผู้ฟังรอบข้างอาจหัวเราะขึ้นมาราวกับเป็นเพียงเรื่องตลก และท้าทายให้เล่นระบำนิ้วเสียดีกว่าเรื่องสนุกเพ้อเจ้อที่เป็นแต่ลมปาก

“กัปตัน มีเรเวนจากไพค์มา” นักรบหนุ่มร่างเล็กถอดเกราะโซ่แล้ววางลงกับแท่นติดผนัง เสียงโลหะกระทบกราวดังเป็นระยะยามเขาย่ำเท้าหนักเข้ามาภายในห้อง และยิ่งส่งเสียงดังยามเมื่อคลื่นสูงซัดสาดเข้าตรงที่ลำเรือ แขนขวาของเขามีนกกาตัวใหญ่เกาะอยู่ แผ่นกระดาษม้วนมัดแนบอยู่กับขาเรียวนั้น สายตาของเรเวนมองนิ่งตรงไปยังคนที่เพิ่งลุกออกจากม้านั่งยาว

กัปตันเรือเจ้าของห้องเป็นคนร่างสูง เกราะโลหะเต็มตัวปกปิดร่างกายต่างเสื้อผ้า จนหลายคนคิดว่าผิวหนังของเขาสร้างจากเหล็กกล้า นักรบเดินย่ำเท้าหนักจนพื้นเรือสั่นสะเทือน ก่อนจะคว้าคอเรเวนขึ้นมาถือไว้ในอากาศ กาดำดิ้นพราดส่งเสียงร้องดัง เขาดึงเอาจดหมายออกมาถือไว้ที่ปลายนิ้ว สะบัดแผ่นหนังนั้นคลี่ออกกว้าง พลันก็โยนเรเวนทิ้งลงอย่างไม่ไยดี

นักรบร่างเล็กปราดไปประคองเรเวนจากปราสาทใหญ่ รีบจับมันใส่ในกรงเหล็ก เขาขมวดคิ้วเมื่อสังเกตสีหน้าที่เปลี่ยนไปของผู้เป็นนาย กัปตันแห่ง ‘สมุทรพิโรธ’ อาจแสดงความไม่พึงใจด้วยอากัปกิริยาหลากหลาย แต่ไม่ใช่เพียงสีหน้าที่อาจเรียกว่า ‘กลืนไม่เข้าคายไม่ออก’

นัยน์ตาสีเทาเข้มปนน้ำทะเลคู่นั้นหรี่ลง แต่กลับดูกราดเกรี้ยวราวกับเกลียวคลื่นใต้ท้องทะเล

“ข้า ‘ต้อง’ พูดกับเซอร์ดิค” กัปตันหนุ่มบอก มือที่ห่อหุ้มด้วยหนังและโซ่เกราะขยำแผ่นสาส์นจากปราสาท ก่อนโยนลงเข้าไปในถาดรองไฟ ให้เพลิงร้อนค่อยลามเลียจากมุมจนทั่วทั้งผืน พลางบรรจงคว้าเข็มขัดหนังที่วางอยู่กับโต๊ะสูงมาคาดเอว พร้อมกับดาบและมีดอีกจำนวนหนึ่ง มือหนาวางลงกับด้ามดาบโบราณระหว่างเดินตัดหน้านักรบคนสนิทออกไปทางประตู นักรบร่างเล็กคว้าอาวุธของตนเข้าคาดติดกับร่างกาย ก่อนประคองหมวกเกราะสวมเข้า รีบผละออกไปยังดาดฟ้าเรือตามผู้เป็นนาย

“ดาล เจ้าอยู่นี่” กัปตันย่ำเดินสู่ลานกลางดาดฟ้า เขาเบือนหน้าไปทางซ้ายและขวา พลันก็พยักหน้า แล้วเหล่าคนเรือที่รู้งานก็ล้วนแยกย้ายกันประจำที่ของตน “...คุมนักรบ ออกเรือสักห้าลำ ดูอ่าวเหล็กทางเหนือ”

ดาลรับคำ พลางจะเดินปลีกตัวออกไป แต่กลับถูกก้าวเข้าประชิด ยันไหล่ไว้ไม่ให้ไปไหน

“ห้าลำกับสมุทรพิโรธจะลงใต้ ระวังพวกบนฝั่ง...เตรียมตัวออกเรือ” สัญญาณธงส่งผ่านจากเรือลำสู่ลำ จนกระทั่งทั้งสิบเอ็ดลำตอบรับพร้อมกัน หมวกเกราะตราคราเคนทองจึงสวมปิดบังศีรษะ ร่างสูงดุจภูผานั้นดูราวกับปีศาจนักรบแห่งท้องทะเล เขากระซิบคำสั่งสำคัญหนึ่ง ดาลรับคำอีกครั้ง ก่อนเดินลัดผ่านนักรบจำนวนหนึ่งลงมาจนถึงทางลาดเชื่อมกับท่า บอกหัวหน้านักรบให้จัดคนขึ้นเรือบด ไปประจำยังเรือยาวลำที่ทอดสมออยู่ไกลจากฝั่ง ชายร่างเล็กฝากเรื่องกับนักรบอีกสองสามคน ก่อนก้าวขึ้นนั่งในเรือพาย สั่งฝีพายให้พาออกจากท่าไป

โอลด์วิกเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ คือถิ่นพำนักของมังกรทะเลโบราณนามนากา ราชันเทาสังหารจอมปีศาจ นำกระดูกมาสร้างเป็นท้องพระโรง ขากรรไกรเป็นบัลลังก์ และคมเขี้ยวเป็นมงกุฎ ตราบจนสายน้ำซัดสาด ทุกสิ่งมอดมลาย เหลือกระดูกที่เป็นดังแท่นเคารพบูชาบนเนินเขาสูงแต่เพียงเท่านั้น

เวลาผันผ่านนับพันปี วันนี้ไม่มีนากา

ไม่มีกระทั่งราชันเทา ท้องพระโรง บัลลังก์ และมงกุฎ

มีแต่เศียรนากาจากโลหะโบราณที่หัวเรือสมุทรพิโรธ ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังปราสาทที่สถิตบัลลังก์ศิลาสมุทร...พญามัจจุราชแห่งไพค์


------


ออสวัลด์ แบล็คฟอร์ด ไม่ได้เป็นอัศวินผู้ปกป้องเลดี้ออดรี เกรย์จอย อีกต่อไป

ลอร์ดเกรย์จอยสังเกตพฤติกรรมของอัศวินหนุ่มมาพักหนึ่ง ช่วงสองสามปีมานี้ เซอร์ออสวัลด์เปลี่ยนไปมาก เขายังมีฝีมือและจงรักภักดี รู้หน้าที่ ทว่าการตัดสินใจหลายอย่างทำให้เกิดความบกพร่องและผิดพลาด อย่างครั้งพายุใหญ่ถล่มลอร์ดสพอร์ต ออสวัลด์เลือกน้องชายแทนที่จะอยู่ทำงานเพื่อประชาชนที่เดือดร้อนในยามเช้า วันนั้นลอร์ดหนุ่มไม่พอใจ และบังคับให้อัศวินย้ำคำสาบาน ก่อนจะส่งเขาไปทำงานช่วยเหลือซอลต์คลิฟฟ์ที่ประสบภัยพิบัติสาหัสกว่า แต่นอกจากนี้ก็ยังไม่มีอะไรรุนแรงอันตราย และชายหนุ่มยังไม่อยากสูญเสียอัศวินมือดีที่มีอยู่ให้กับความกรุ่นโกรธเพียงชั่วคราว

ทว่าครั้งนี้แตกต่าง...คืนหนึ่ง ออสวัลด์กลับมายังปราสาทไพค์ด้วยสภาพที่ห่างไกลกับความเป็นนักรบ...แขนข้างซ้ายของเขาดูจะบาดเจ็บหนักจนไม่อาจใช้การได้อีก ร่องรอยการต่อสู้ตามร่างกายชวนให้รู้สึกอเนจอนาถ และสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเซอร์ออสวัลด์ แบล็คฟอร์ด ผู้มีนิสัยเรียบร้อย ไม่เคยบาดหมางสร้างศัตรูกับใคร เขาไปทำอะไรมา และคู่กรณีที่หาญกล้าลงมือกับอัศวินคนสำคัญนี้คือใคร

หากเป็นเซเนไวก์ เขาคงไม่แปลกใจ ไม่สืบข่าวสาวความ และไม่เพียงส่งผู้บาดเจ็บไปคุมขังบนปราสาทสูง...เซอร์เซเนไวก์ หากอ่อนแอเมื่อใดเขาคงรีบประหาร สาวไส้นำความชั่วร้ายออกแผ่ประจาน แต่ไม่ใช่กับออสวัลด์ที่ชายหนุ่มเห็นว่าเป็นคนดีตลอดมา

เซอร์ดิคเดินผ่านสะพานแคบที่เชื่อมจากปราการโลหิต เงาของปราสาทสูงทอดยาวตลอดทาง เสาหินที่ค้ำสะพานจากด้านล่างนั้นทรุดโทรมและผุพัง หากก้าวพลาดไปอาจร่วงลงกระแทกกับหินโสโครกปกคลุมตะไคร่ แหลกเลวเป็นหนึ่งเดียวกับทะเล

พลันบนท้องฟ้าก็ปรากฏนกสีขาวตัวหนึ่ง มันบินตามแรงลมจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ร่อนชะลอลงยามเข้ามาสู่เขตปราสาทไพค์ ตรงยังปราการใหญ่ และหายไปในปราการนั้น

ชายหนุ่มขมวดคิ้วนิดหนึ่ง ภาวนาให้นกนั้นนำข่าวดีมาให้ จนกระทั่งได้เห็นตัวของมันกับตาตนเอง

พิราบสีขาวปลอดเป็นสัตว์ที่บางคนนิยมเลี้ยงเพื่อส่งข่าวคราว พวกมันไม่ได้เฉลียวฉลาดเท่ากับเรเวนดำของเมสเตอร์ และยังอ้วนพี มีรสอร่อย ไม่รู้จักต่อสู้กับใคร ดังนั้นจะวางใจให้ส่งความสำคัญไม่ได้ และส่งได้แต่เพียงเที่ยวเดียว ด้วยความทรงจำบ้านเกิดของนกนั้นมีจำกัดเพียงเท่านี้ ที่ไพค์ พวกเขาเลี้ยงนกไว้จำนวนหนึ่ง สำหรับส่งไปกับเรือ เผื่อว่าจะส่งข้อความใดๆกลับมา หรืออย่างน้อยก็อาจพอใช้เป็นอาหารได้ โดยไม่สิ้นเปลืองเสบียงมากมายเท่าใด

กรงเล็บของนกนั้นเกาะริมหน้าต่างอย่างรู้งาน มันเงยหน้ามองคนที่ก้าวเข้าไปใกล้ โดยไม่มีท่าทีหวาดกลัวหรือถอยหนี ชายหนุ่มแกะเอากระดาษที่พันรอบท่อนขานั้นคลี่ออก คิ้วค่อยเคลื่อนเข้าหากันเมื่อภาพนั้นปรากฏแก่สายตา
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ลอร์ดเกรย์จอยนิ่งไปพักใหญ่ เขาหลบจากหน้าต่าง เดินย่ำไปรอบห้องอย่างร้อนใจ พลางขยำแผ่นกระดาษนั้นไว้ในกำมือ คิดทบทวนเนื้อความที่ต้องการสื่อมายังตน

ผู้ส่งข้อความนี้คือลอร์ดกัปตันแห่งกองเรือเหล็ก ไม่ผิดแน่ แต่เหตุใดต้องกล่าวถึงมังกรเฒ่า เหตุใดต้องกล่าวถึงดวงตาข้างซ้ายของเขาที่เสียไปจากอุบัติเหตุครั้งนั้น...ที่กระทั่งเวลาผ่านมาเนิ่นนานปี เขาก็ยังคงค้างคาใจ

ไม่แปลกใจหากลอร์ดกัปตันมีเรื่องต้องการเจรจา แต่เหตุใดจึงกล่าวถึงเรื่องราวเหล่านั้นในวันนี้

ร่างสูงย่อตัวลงข้างเตาไฟ เสียงประกายเพลิงลั่นเปรี๊ยะเป็นระยะ ความร้อนที่ส่งผ่านมาชวนให้คิดถึงเหตุที่ทำให้เขาเกือบสิ้นชีวิต...เป็นฝันร้ายที่หวนคืนมาซ้ำๆแทบทุกคืน ตลอดระยะเวลาเกือบสองปี

ปลายนิ้วบรรจงคลี่กระดาษชิ้นเล็กนั้น พลันแสงเพลิงสีส้มแดงเบื้องหลังก็ส่องผ่านมา เมื่อนั้นเซอร์ดิคจึงเห็น ว่าข้อความที่สมบูรณ์แท้จริงนั้นคือสิ่งใด

ลอร์ดหนุ่มพอคาดเดาได้ว่าประเด็นการเจรจาจะเกี่ยวข้องกับอะไร...เขาเห็นทั้งเหตุ ที่สำคัญกว่าคือผล แม้จะมีเหตุอันควรกระทำมากมาย แต่ผลลัพธ์ที่ได้มานั้นยังเสี่ยง ไม่สมบูรณ์ หากเร่งร้อนจะไม่คุ้มกัน

เพราะฉะนั้นเขาจึงปล่อยให้สาส์นสำคัญนั้นสลายไปในกองไฟ และไม่บอกใครเกี่ยวกับเรื่องนี้ จนกระทั่งอีกหลายวัน นักรบในปราสาทจึงมาบอกว่า เรือสมุทรพิโรธได้เทียบท่าที่ลอร์ดสพอร์ตแล้ว นายของกองเรือเหล็กกำลังมายังไพค์

เมื่อนั้น ความร้อนรนของเขาจึงทุเลาลง

แม้ยังมีเสี้ยวหนึ่งของเพลิงผลาญในครั้งนั้นเหลืออยู่ภายใน
 

------
 
 
Nagga's Redemption
 
[To be continued]
 
 
 
 
 
 
(ตอนต่ออีก...นานๆ น้านนาน)

Comment

Comment:

Tweet