บทสรุปของชีวิต 1 เทอมในคณะ
posted on 29 Sep 2009 11:01 by findarato in SaraLessไม่รู้จะเรียบเรียงยังไงดี...ขอลิสต์เป็นข้อๆเลยดีกว่ากระมัง
บทสรุปของชีวิต 1 เทอมในคณะ
(คณะอะไร? ...กรุณาเบิ่งเพจ ตูคือไผ?)
1. "ตรูอยากซิ่ว...จริงจัง"
...และนี่ก็ไม่ใช่แค่ความคิดของเราคนเดียว แต่เป็นมนุษย์อีกมากมายหลายล้านในคณะนี้ 55+
เพียงแต่มันมีเหตุผลที่ ซิ่ว-ไม่-ได้ มากกว่าชาวบ้านเขา
หนึ่งคือแรงกดดันทางสังคม--ค่านิยมของทางบ้านและคนเรียนเองนี่แหละที่ทำให้ไม่กล้าขยับตัวไปไหน เราเคยพูดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่ผลคือติดคณะนี้แล้วก็เรียนไปเหอะ อย่าคิดเปลี่ยนเชียว (แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก...ว้ากก)
สองคือ พอมาเรียนแล้ว...มันไม่เหลืออะไรในหัวเลยอ้ะ! จะซิ่วไปไหน จะฝึกอะไร กว่าจะรู้ตัวก็ไม่ทันแล้วว หรือถ้าจะลาออก ให้ไปสอบใหม่ ขืนกลับใจขึ้นมาปีหน้าก็ไม่ติดคณะนี้แล้วแหละ (ฮา)
2. "คณะนี้เรียนอะไร? ทำไมตูเรียนมาตั้งเทอมแล้วยังไม่รู้เลยฟะ..."
เป็นความจริง--เด็กคณะนี้ไม่อาจตรัสรู้อนาคตตัวเองได้จากการเรียนแค่ 1 เทอม เนื่องจากเนื้อหาที่เรียนนั้นน้อยนิดมาก (หมายเหตุ: 1 ตู้ <<มันไม่นับเป็นหน้าหรือความหนาแล้วเว้ย...) และยังไม่มีอะไรคาบเกี่ยวถึงวิชาชีพแบบจริงจังเลย กระทั่งศัพท์เฉพาะยังรู้น้อยพอกับคนทั่วไป บางทีคนพูดมาหรือใครถามนี่เรายังเหวอเลยทีเดียว...ตรูไม่รู้ 55+
ตอนนี้ก็หลั่นล้าไปวันๆ ประดุจว่าชีวิตจะดับสลาย โลกจะแตกวันแตกพรุ่ง และไม่รู้ว่าต่อไปตัวเองจะต้องเจออะไรบ้าง...พี่รหัสก็แทบไม่ได้เจอหน้า ไม่ได้คุยนานชาติ เพราะวันหนึ่งๆอยู่แต่ข้างโต๊ะผ่า ไม่ก็นั่งหน้าง่วงอยู่ในห้องสมุด (<<ก็นี่แหละอนาคตเอ็ง...)
3. "เด็กคณะนี้ ก็เป็นคนปกติทั่วไป...แม้ในสายตาของชาวบ้านจะดูไม่ค่อยปกติเท่าไหร่- -*"
สังคมมองเราว่าต้องเนิร์ด ต้องเรียบร้อย เด็กเรียน ส่วนใหญ่หน้าตี๋ใส่แว่น และที่สำคัญ--พูดไม่รู้เรื่อง-*-
แต่ที่จริงแล้ว...คณะนี้ มีทุกอย่าง ค่ะ--สาวงามเฉิดฉายแต่งตัวแรงๆ สาวหวานเรียบร้อย หนุ่มหล่อมาดคุณชาย เหล่าชาวเซอร์ หนูน้อยโมเอะ ไอ้หื่น นางสาวไทย คนเถื่อนเยี่ยงมหาโจร อาเจ๊นักการตลาด ช่างภาพ ดีเจ หรือกระทั่งคนที่ดูเหมือนจะทำงานก่ออิฐโบกปูนในไซต์ก่อสร้าง...หากท่านพบเห็นกรณีที่กล่าวมานี้ รู้ไว้ด้วยว่าคนผู้นั้นอาจเป็นส่วนหนึ่งของคณะเราก็ได้นะคะ= =
(แต่เรื่องพูดไม่รู้เรื่อง(สำหรับเวลาชาวบ้านพูดด้วย--ไม่ใช่คุยกันในคณะ เพราะมันจะรู้กัน)นี่ออกจะจริงอยู่นะ 55+)
ทั้งงานวาด งานเขียน ออกแบบ เขียนแบบ ก่อสร้าง(เอิ่มมม) เขียนโปรแกรม ภาษา ปรัชญา เต้น ดนตรี ละครเวที เย็บปักถักร้อย ค้าขาย--คนคณะนี้ทำได้ทั้งนั้น
...ไม่รู้ว่าเพราะแต่ละคนมีความสามารถหลากหลาย หรือที่จริงแล้วมันเป็นเพราะกรณีในข้อ 1 ที่ทำให้ทุกคนต้องมากระจุกรวมกันอยู่ในนี้ และไม่สามารถกระดิกตัวไปไหนได้ (ฮา)
4. "การอดนอน...ไม่ใช่เรื่องที่ควรคร่ำครวญ และไม่ใช่อุปสรรคในการดำเนินชีวิต (เพราะเมิงยังนอนไม่ได้!!)"
ตั้งแต่เรียนคณะนี้ นับวันที่ได้นอนเกิน 6 ชั่วโมงได้ โดยที่วันนั้นไม่ได้ป่วย...ด้วยนิ้วมือ (ฮา)
(แต่วันที่ว่างๆก็กลับเอาเวลามานั่งเล่นเน็ต แทนที่จะนอนพัก 55+)
ก่อนมิดเทอมกิจกรรมมันเยอะ กลับบ้านทีก็ 4-5 ทุ่มละ(ด้วยสภาพเหมือนคนทำงานแบกหาม)...กว่าจะได้นอนก็เที่ยงคืนตีหนึ่ง แล้วก็ต้องถ่างตาตื่นราวๆ 6 โมงเช้า--มีช่วงนึงที่ความดันต่ำชนิดหัวจะฟาดพื้นอยู่รอมร่อ ขยับแขนขานี่ปวดไปทั้งตัว แต่ก็ไม่อาจหาเวลานอนให้ร่างกายฟื้นได้ ตกเย็นก็ต้องไปใช้ความถึกเยี่ยงนั้นอีก วนเวียนไปมาเป็นแบบนั้นเกือบเดือน(ได้แต่คิดว่า เออ เดี๋ยวมันก็จบ...เดี๋ยวมันก็จบ...)
...สภาพหลังกิจกรรมไม่ต่างอะไรกับซอมบี้ 55+
พอช่วงมิดเทอมก็ถ่างตาอ่านหนังสือที่ไม่เคยเรียนเลยสักตัวเป็นปกติ หลังมิดเทอมก็ต้องปั่นงานที่ค้างคา และกิจกรรมบ้างประปราย(กิจกรรมก็...เหมือนก่อนมิดเทอมนั่นแหละ แค่ด่วนกว่ากันเยอะ-*-)
--โดยเฉพาะช่วงเดือนกันยายน อันนี้ชีวิตกากมาก ทุเรศตัวเองสุดๆ เพราะดองงานไว้เยอะแล้วมาทำทีเดียว สุดท้าย...นอนตีสองตีสามทุกวัน นั่งเพ่งปั่นงานหน้าคอม ตาจะถลนออกมาอยู่ทุกวินาที 55+
ส่วนช่วงสอบก็เป็นครั้งแรกที่อ่านหนังสือแบบนรกแตก--อ่านแล้วสติแตกก็เปิดคอมมานั่งเขียนนิยาย(กรรม) ปิดคอมไปอ่าน แล้วก็อ่าน แล้วก็อ่าน (เพราะต้องยัด 15 cm 30 cm และ 2 cm เข้าหัว)...สุดท้ายก็นอนตีหนึ่งเป็นอย่างต่ำ
ถ่างตาขึ้นมาสอบตอนเช้านี่สมองโล่งโปร่งสบายมาก 555
(เพิ่งไปเบิ่งดูเชาต์บ็อกซ์ที่ตัวเองมาโหยหวน--นี่ตรูอ่านหนังสือจบตอนตี 1 ทุกวันหรอกเหรอเนี่ย...ก๊ากกกก)
5. "คณะนี้ เป็นคณะที่กิจกรรมเยอะ และเรียนก็หนัก"
จากที่พ่นมาในข้อ 2 และ 4--อาจดูเหมือนไม่มีอะไรสำหรับคนที่ต้องทำโปรเจคต์เป็นชิ้นเป็นอัน แต่ท่านก็ไม่ต้องอ่านหนังสือครั้งหนึ่งนับเป็นนิ้วหรือเซนติเมตร และไม่ต้องประสบชะตากรรมหนังสือล้นตู้เยี่ยงเรา(ตอนมองก็นึก--นี่ตูเรียนมาหมดนั่นจริงรึ?) และเวลาเรียนของท่านก็น้อยกว่าเรามาก...น้อยกว่ามากจริงๆ
ที่สำคัญคือ เทอมแรกนี้เป็นเทอมที่เรียนสบายสุดแล้ว 5555555 ต่อไปจะเป็นยังไงก็มิอาจล่วงรู้ได้ แต่ค่อนข้างมั่นใจว่าคงไม่สามารถโผล่หัวออกมาได้อยู่หลายปีทีเดียว (เพราะก็แทบไม่เห็นแม้แต่เงารุ่นพี่เหมือนกัน--แถมดูท่าทางปิดเทอมจะหดลงเรื่อยๆซะด้วย กรี๊ดด)
กิจกรรมที่เราต้องทำก็มี กีฬาเฟรชชี่(อะนะ...) ตอบคำถามวันอานันท์ งานรับปริญญา จัตุรัสจามจุรี(ไม่ใช่จามฯสแควร์นะ 55+) ซิงกิ้งคอนเทสต์ ค่ายอยากเป็นหมอ เข็มสัมพันธ์(ชื่อเล่น: 13 เข็ม/ กีฬาล้านเข็ม 55+) ลอยกระทง สองเข็ม งานอินเดียน...และก็เหมือนมีอะไรบางอย่างที่ลืมไปและจะต้องรีบทำในช่วงนี้ แต่นึกไม่ออก ก๊ากกก
...ตอนแรกก็คิดว่า เฮ้ย อะไรมันจะเยอะแยะขนาดนี้ (วะ) และก็ไม่คิดว่าตัวเองจะรอดกระทั่งแค่กีฬ่าเฟรชชี่ เพราะไม่เคยทำมาก่อน ไม่รู้กระทั่งว่ากีฬานี่มันจัดที่ไหนแล้วเป็นยังไง(วะ)
แต่ปัจจุบันก็...เฉยๆไปแล้ว= = รู้สึกว่างานทุกอย่างมันช่างน้อยนิดเสียเหลือเกิน ทำไม่กี่วันก็เสร็จน่า (แต่สภาพหลังจากนั้นเป็นยังไงนี่อีกเรื่อง)
ต่อให้มีอะไรด่วนและหนักมาก็ไม่เท่าไหร่แล้วล่ะ--ต่อโครงถึงสามสี่ทุ่ม ปั่นคัตเอาท์เนี้ยบภายในสามวัน ยังทำมาแล้วเลย...
(แต่อะไรที่มันขัดสามัญสำนึกเรา เราก็ต่อต้านสุดตัวและไม่คิดจะทนเหมือนกันนะ หึหึ)
6. "บางกิจกรรม...ก็ไม่ได้ทำให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันตามจุดประสงค์"
ขอไม่กล่าวถึง...แต่มันก็เป็นช็อตเด็ดในชีวิตเราทีเดียว วิชาชีพนี้ไม่ได้มีโอกาสจะต่อต้านอะไรสักอย่างสุดตัวบ่อยนักหรอกนะ เพราะไม่ใช่นักการเมือง 55+
เพราะต้องมาทำ เราไม่ทำก็ไม่มีใครทำ เลยอ่านอะไรยากๆหนักหัวเยอะที่สุดในชีวิต ได้คิดอะไรนามธรรมสุดๆ มุมมองเราเปิดกว้างขึ้นเยอะ และก็ได้เรียนรู้อะไรเยอะเหมือนกันนะ
--เพียงแต่พูดไปอ้างไปก็ไม่มีใครฟัง มันไม่รู้เรื่อง T_T (ก็กว่าเราจะเข้าใจยังใช้เวลานับชาติเลยเหอะ...)
7. "บางวิชา...ก็ต้องไปตามรังควานชาวบ้านด้วยล่ะ (ฮา)"
ข้อสุดท้ายแล้ว (พอเฮอะ พอเฮ้ออออ)
วิชานั้น วิชานั้นแหละ--คือต้องไปสำรวจชุมชนน่ะจ้า แล้วทีนี้ก็เลยได้ประสบชะตากรรมประหลาดโลกมากมายหลายหลาก (ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเพราะบุกเข้าไปในบ้านชาวบ้านเขา 55+)
ตั้งแต่ไปถามคนเมา...
ใครคนหนึ่งที่ไม่ใช่เรา: พี่ดื่มเหล้า/สูบบุหรี่ไหมครับ?
คนเมา: ไม่ดื่ม ไม่สูบ... (แต่ในมือ ข้างนึงถือแก้วเหล้า อีกข้างคีบบุหรี่...)
ได้รับข้อมูลที่ไม่ตรงตามความจริง...
ใครคนหนึ่งที่ไม่ใช่เรา: พี่ดื่มเหล้า/สูบบุหรี่ไหมคะ?
บุคคลลึกลับ: ไม่ดื่ม ไม่สูบ ฯลฯ
(ทันทีที่ใครคนหนึ่งที่ไม่ใช่เราเดินออกมาจากบ้านเขา)
เมียบุคคลลึกลับ: ไปโกหกเขาทำไม ไอ้แก่! เมื่อวานมึงยังดูดบุหรี่อยู่เป็นซอง ตะกี้มึงก็เพิ่ง...ฯลฯ
คุยกับคนบ้า...
ใครคนหนึ่งที่ไม่ใช่เรา: สวัสดีครับ ขอสัมภาษณ์...
คนนั้น: นี่ รู้ไหม แถวนี้มันข่มขืนบ่อยมาก วันวันนึงมีตั้ง... แถม... ฯลฯ
(พี่ร้านข้างๆบุ้ยใบ้ ส่งสัญญาณ "อีนั่นมันคนบ้า")
หรือโดนด่า...
(เดินบุกเข้าไปกลางบ้านเขา) เรา:สวัสดีค่ะ พอดี...
เขา: ไม่ต้อง! มีคนมาสัมภาษณ์ในบ้านผมสามรอบแล้ว ทำไมถึงไม่จัดการให้ดีกว่านี้ รู้ไหมคนกำลังทำมาหากินทำแบบนี้มัน... ฯลฯ
...ส่วนกลุ่มอื่นก็มีตั้งแต่วิ่งไล่จับกับยามในห้าง เผลอไปสัมภาษณ์ยามแล้วโดนพาไปพบเลขาผู้จัดการห้าง(ฮา) ไปช่วยเขาขายลูกชิ้น นั่งปฏิบัติธรรมกับแม่ชี ฯลฯ
ชีวิตการเรียนคณะนี้ มันช่างหลากหลาย ดีจริงนะ 55+
และบทสรุปการเรียนในคณะ 1 เทอม มันก็ทำให้เราเปลี่ยนไปเยอะทีเดียวล่ะ
ถึกมากขึ้น กล้ามใหญ่ขึ้น ทำคัตเอาท์ได้สวย ใหญ่ และไวขึ้น...
...แต่ความรู้ในหัวก็น้อยลงเช่นกัน...
...
ถ้าเจาะรูกะโหลกตอนนี้อ ากาศคงพวยพุ่งออกมาจนคนเจาะหน้าทิ่มไปเลยทีเดียว 55555555555
edit @ 29 Sep 2009 12:25:57 by Star* of Radiance

แล้วคนที่คุยได้ก็มีอยู่แค่ที่เห็นอยู่- - แต่ทางหนึ่ง(ทางเดียว...)ที่จะหาคนที่สนิทได้ก็คือทำกิจกรรมนี่แหละนะ
อืมมม การเป็นหมอมันเหนื่อยนะ
#1 By mammoz on 2009-09-29 12:37