ไม่รู้จะเรียบเรียงยังไงดี...ขอลิสต์เป็นข้อๆเลยดีกว่ากระมัง

 

บทสรุปของชีวิต 1 เทอมในคณะ

(คณะอะไร? ...กรุณาเบิ่งเพจ ตูคือไผ?)

 

1. "ตรูอยากซิ่ว...จริงจัง"
...และนี่ก็ไม่ใช่แค่ความคิดของเราคนเดียว แต่เป็นมนุษย์อีกมากมายหลายล้านในคณะนี้ 55+
เพียงแต่มันมีเหตุผลที่ ซิ่ว-ไม่-ได้ มากกว่าชาวบ้านเขา

หนึ่งคือแรงกดดันทางสังคม--ค่านิยมของทางบ้านและคนเรียนเองนี่แหละที่ทำให้ไม่กล้าขยับตัวไปไหน เราเคยพูดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่ผลคือติดคณะนี้แล้วก็เรียนไปเหอะ อย่าคิดเปลี่ยนเชียว (แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก...ว้ากก)
สองคือ พอมาเรียนแล้ว...มันไม่เหลืออะไรในหัวเลยอ้ะ! จะซิ่วไปไหน จะฝึกอะไร กว่าจะรู้ตัวก็ไม่ทันแล้วว หรือถ้าจะลาออก ให้ไปสอบใหม่ ขืนกลับใจขึ้นมาปีหน้าก็ไม่ติดคณะนี้แล้วแหละ (ฮา)

 

2. "คณะนี้เรียนอะไร? ทำไมตูเรียนมาตั้งเทอมแล้วยังไม่รู้เลยฟะ..."
เป็นความจริง--เด็กคณะนี้ไม่อาจตรัสรู้อนาคตตัวเองได้จากการเรียนแค่ 1 เทอม เนื่องจากเนื้อหาที่เรียนนั้นน้อยนิดมาก (หมายเหตุ: 1 ตู้ <<มันไม่นับเป็นหน้าหรือความหนาแล้วเว้ย...) และยังไม่มีอะไรคาบเกี่ยวถึงวิชาชีพแบบจริงจังเลย กระทั่งศัพท์เฉพาะยังรู้น้อยพอกับคนทั่วไป บางทีคนพูดมาหรือใครถามนี่เรายังเหวอเลยทีเดียว...ตรูไม่รู้ 55+

ตอนนี้ก็หลั่นล้าไปวันๆ ประดุจว่าชีวิตจะดับสลาย โลกจะแตกวันแตกพรุ่ง และไม่รู้ว่าต่อไปตัวเองจะต้องเจออะไรบ้าง...พี่รหัสก็แทบไม่ได้เจอหน้า ไม่ได้คุยนานชาติ เพราะวันหนึ่งๆอยู่แต่ข้างโต๊ะผ่า ไม่ก็นั่งหน้าง่วงอยู่ในห้องสมุด (<<ก็นี่แหละอนาคตเอ็ง...)

 

3. "เด็กคณะนี้ ก็เป็นคนปกติทั่วไป...แม้ในสายตาของชาวบ้านจะดูไม่ค่อยปกติเท่าไหร่- -*"
สังคมมองเราว่าต้องเนิร์ด ต้องเรียบร้อย เด็กเรียน ส่วนใหญ่หน้าตี๋ใส่แว่น และที่สำคัญ--พูดไม่รู้เรื่อง-*-

แต่ที่จริงแล้ว...คณะนี้ มีทุกอย่าง ค่ะ--สาวงามเฉิดฉายแต่งตัวแรงๆ สาวหวานเรียบร้อย หนุ่มหล่อมาดคุณชาย เหล่าชาวเซอร์ หนูน้อยโมเอะ ไอ้หื่น นางสาวไทย คนเถื่อนเยี่ยงมหาโจร อาเจ๊นักการตลาด ช่างภาพ ดีเจ หรือกระทั่งคนที่ดูเหมือนจะทำงานก่ออิฐโบกปูนในไซต์ก่อสร้าง...หากท่านพบเห็นกรณีที่กล่าวมานี้ รู้ไว้ด้วยว่าคนผู้นั้นอาจเป็นส่วนหนึ่งของคณะเราก็ได้นะคะ= =
(แต่เรื่องพูดไม่รู้เรื่อง(สำหรับเวลาชาวบ้านพูดด้วย--ไม่ใช่คุยกันในคณะ เพราะมันจะรู้กัน)นี่ออกจะจริงอยู่นะ 55+)

ทั้งงานวาด งานเขียน ออกแบบ เขียนแบบ ก่อสร้าง(เอิ่มมม) เขียนโปรแกรม ภาษา ปรัชญา เต้น ดนตรี ละครเวที เย็บปักถักร้อย ค้าขาย--คนคณะนี้ทำได้ทั้งนั้น
...ไม่รู้ว่าเพราะแต่ละคนมีความสามารถหลากหลาย หรือที่จริงแล้วมันเป็นเพราะกรณีในข้อ 1 ที่ทำให้ทุกคนต้องมากระจุกรวมกันอยู่ในนี้ และไม่สามารถกระดิกตัวไปไหนได้ (ฮา)

 

4. "การอดนอน...ไม่ใช่เรื่องที่ควรคร่ำครวญ และไม่ใช่อุปสรรคในการดำเนินชีวิต (เพราะเมิงยังนอนไม่ได้!!)"
ตั้งแต่เรียนคณะนี้ นับวันที่ได้นอนเกิน 6 ชั่วโมงได้ โดยที่วันนั้นไม่ได้ป่วย...ด้วยนิ้วมือ (ฮา)
(แต่วันที่ว่างๆก็กลับเอาเวลามานั่งเล่นเน็ต แทนที่จะนอนพัก 55+)

ก่อนมิดเทอมกิจกรรมมันเยอะ กลับบ้านทีก็ 4-5 ทุ่มละ(ด้วยสภาพเหมือนคนทำงานแบกหาม)...กว่าจะได้นอนก็เที่ยงคืนตีหนึ่ง แล้วก็ต้องถ่างตาตื่นราวๆ 6 โมงเช้า--มีช่วงนึงที่ความดันต่ำชนิดหัวจะฟาดพื้นอยู่รอมร่อ ขยับแขนขานี่ปวดไปทั้งตัว แต่ก็ไม่อาจหาเวลานอนให้ร่างกายฟื้นได้ ตกเย็นก็ต้องไปใช้ความถึกเยี่ยงนั้นอีก วนเวียนไปมาเป็นแบบนั้นเกือบเดือน(ได้แต่คิดว่า เออ เดี๋ยวมันก็จบ...เดี๋ยวมันก็จบ...)
...สภาพหลังกิจกรรมไม่ต่างอะไรกับซอมบี้ 55+

พอช่วงมิดเทอมก็ถ่างตาอ่านหนังสือที่ไม่เคยเรียนเลยสักตัวเป็นปกติ หลังมิดเทอมก็ต้องปั่นงานที่ค้างคา และกิจกรรมบ้างประปราย(กิจกรรมก็...เหมือนก่อนมิดเทอมนั่นแหละ แค่ด่วนกว่ากันเยอะ-*-)
--โดยเฉพาะช่วงเดือนกันยายน อันนี้ชีวิตกากมาก ทุเรศตัวเองสุดๆ เพราะดองงานไว้เยอะแล้วมาทำทีเดียว สุดท้าย...นอนตีสองตีสามทุกวัน นั่งเพ่งปั่นงานหน้าคอม ตาจะถลนออกมาอยู่ทุกวินาที 55+

ส่วนช่วงสอบก็เป็นครั้งแรกที่อ่านหนังสือแบบนรกแตก--อ่านแล้วสติแตกก็เปิดคอมมานั่งเขียนนิยาย(กรรม) ปิดคอมไปอ่าน แล้วก็อ่าน แล้วก็อ่าน (เพราะต้องยัด 15 cm 30 cm และ 2 cm เข้าหัว)...สุดท้ายก็นอนตีหนึ่งเป็นอย่างต่ำ
ถ่างตาขึ้นมาสอบตอนเช้านี่สมองโล่งโปร่งสบายมาก 555

(เพิ่งไปเบิ่งดูเชาต์บ็อกซ์ที่ตัวเองมาโหยหวน--นี่ตรูอ่านหนังสือจบตอนตี 1 ทุกวันหรอกเหรอเนี่ย...ก๊ากกกก)

 

5. "คณะนี้ เป็นคณะที่กิจกรรมเยอะ และเรียนก็หนัก"
จากที่พ่นมาในข้อ 2 และ 4--อาจดูเหมือนไม่มีอะไรสำหรับคนที่ต้องทำโปรเจคต์เป็นชิ้นเป็นอัน แต่ท่านก็ไม่ต้องอ่านหนังสือครั้งหนึ่งนับเป็นนิ้วหรือเซนติเมตร และไม่ต้องประสบชะตากรรมหนังสือล้นตู้เยี่ยงเรา(ตอนมองก็นึก--นี่ตูเรียนมาหมดนั่นจริงรึ?) และเวลาเรียนของท่านก็น้อยกว่าเรามาก...น้อยกว่ามากจริงๆ

ที่สำคัญคือ เทอมแรกนี้เป็นเทอมที่เรียนสบายสุดแล้ว 5555555 ต่อไปจะเป็นยังไงก็มิอาจล่วงรู้ได้ แต่ค่อนข้างมั่นใจว่าคงไม่สามารถโผล่หัวออกมาได้อยู่หลายปีทีเดียว (เพราะก็แทบไม่เห็นแม้แต่เงารุ่นพี่เหมือนกัน--แถมดูท่าทางปิดเทอมจะหดลงเรื่อยๆซะด้วย กรี๊ดด)

กิจกรรมที่เราต้องทำก็มี กีฬาเฟรชชี่(อะนะ...) ตอบคำถามวันอานันท์ งานรับปริญญา จัตุรัสจามจุรี(ไม่ใช่จามฯสแควร์นะ 55+) ซิงกิ้งคอนเทสต์ ค่ายอยากเป็นหมอ เข็มสัมพันธ์(ชื่อเล่น: 13 เข็ม/ กีฬาล้านเข็ม 55+) ลอยกระทง สองเข็ม งานอินเดียน...และก็เหมือนมีอะไรบางอย่างที่ลืมไปและจะต้องรีบทำในช่วงนี้ แต่นึกไม่ออก ก๊ากกก

...ตอนแรกก็คิดว่า เฮ้ย อะไรมันจะเยอะแยะขนาดนี้ (วะ) และก็ไม่คิดว่าตัวเองจะรอดกระทั่งแค่กีฬ่าเฟรชชี่ เพราะไม่เคยทำมาก่อน ไม่รู้กระทั่งว่ากีฬานี่มันจัดที่ไหนแล้วเป็นยังไง(วะ)

แต่ปัจจุบันก็...เฉยๆไปแล้ว= = รู้สึกว่างานทุกอย่างมันช่างน้อยนิดเสียเหลือเกิน ทำไม่กี่วันก็เสร็จน่า (แต่สภาพหลังจากนั้นเป็นยังไงนี่อีกเรื่อง)
ต่อให้มีอะไรด่วนและหนักมาก็ไม่เท่าไหร่แล้วล่ะ--ต่อโครงถึงสามสี่ทุ่ม ปั่นคัตเอาท์เนี้ยบภายในสามวัน ยังทำมาแล้วเลย...
(แต่อะไรที่มันขัดสามัญสำนึกเรา เราก็ต่อต้านสุดตัวและไม่คิดจะทนเหมือนกันนะ หึหึ)

 

6. "บางกิจกรรม...ก็ไม่ได้ทำให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันตามจุดประสงค์"
ขอไม่กล่าวถึง...แต่มันก็เป็นช็อตเด็ดในชีวิตเราทีเดียว วิชาชีพนี้ไม่ได้มีโอกาสจะต่อต้านอะไรสักอย่างสุดตัวบ่อยนักหรอกนะ เพราะไม่ใช่นักการเมือง 55+
เพราะต้องมาทำ เราไม่ทำก็ไม่มีใครทำ เลยอ่านอะไรยากๆหนักหัวเยอะที่สุดในชีวิต ได้คิดอะไรนามธรรมสุดๆ มุมมองเราเปิดกว้างขึ้นเยอะ และก็ได้เรียนรู้อะไรเยอะเหมือนกันนะ
--เพียงแต่พูดไปอ้างไปก็ไม่มีใครฟัง มันไม่รู้เรื่อง T_T (ก็กว่าเราจะเข้าใจยังใช้เวลานับชาติเลยเหอะ...)

 

7. "บางวิชา...ก็ต้องไปตามรังควานชาวบ้านด้วยล่ะ (ฮา)"
ข้อสุดท้ายแล้ว (พอเฮอะ พอเฮ้ออออ)

วิชานั้น วิชานั้นแหละ--คือต้องไปสำรวจชุมชนน่ะจ้า แล้วทีนี้ก็เลยได้ประสบชะตากรรมประหลาดโลกมากมายหลายหลาก (ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเพราะบุกเข้าไปในบ้านชาวบ้านเขา 55+)

 

ตั้งแต่ไปถามคนเมา...

ใครคนหนึ่งที่ไม่ใช่เรา: พี่ดื่มเหล้า/สูบบุหรี่ไหมครับ?
คนเมา: ไม่ดื่ม ไม่สูบ... (แต่ในมือ ข้างนึงถือแก้วเหล้า อีกข้างคีบบุหรี่...)

 

ได้รับข้อมูลที่ไม่ตรงตามความจริง...

ใครคนหนึ่งที่ไม่ใช่เรา: พี่ดื่มเหล้า/สูบบุหรี่ไหมคะ?
บุคคลลึกลับ: ไม่ดื่ม ไม่สูบ ฯลฯ
(ทันทีที่ใครคนหนึ่งที่ไม่ใช่เราเดินออกมาจากบ้านเขา)
เมียบุคคลลึกลับ: ไปโกหกเขาทำไม ไอ้แก่! เมื่อวานมึงยังดูดบุหรี่อยู่เป็นซอง ตะกี้มึงก็เพิ่ง...ฯลฯ

 

คุยกับคนบ้า...

ใครคนหนึ่งที่ไม่ใช่เรา: สวัสดีครับ ขอสัมภาษณ์...
คนนั้น: นี่ รู้ไหม แถวนี้มันข่มขืนบ่อยมาก วันวันนึงมีตั้ง... แถม... ฯลฯ
(พี่ร้านข้างๆบุ้ยใบ้ ส่งสัญญาณ "อีนั่นมันคนบ้า")

 

หรือโดนด่า...

(เดินบุกเข้าไปกลางบ้านเขา) เรา:สวัสดีค่ะ พอดี...
เขา: ไม่ต้อง! มีคนมาสัมภาษณ์ในบ้านผมสามรอบแล้ว ทำไมถึงไม่จัดการให้ดีกว่านี้ รู้ไหมคนกำลังทำมาหากินทำแบบนี้มัน... ฯลฯ

 

...ส่วนกลุ่มอื่นก็มีตั้งแต่วิ่งไล่จับกับยามในห้าง เผลอไปสัมภาษณ์ยามแล้วโดนพาไปพบเลขาผู้จัดการห้าง(ฮา) ไปช่วยเขาขายลูกชิ้น นั่งปฏิบัติธรรมกับแม่ชี ฯลฯ

ชีวิตการเรียนคณะนี้ มันช่างหลากหลาย ดีจริงนะ 55+

 

และบทสรุปการเรียนในคณะ 1 เทอม มันก็ทำให้เราเปลี่ยนไปเยอะทีเดียวล่ะ

ถึกมากขึ้น กล้ามใหญ่ขึ้น ทำคัตเอาท์ได้สวย ใหญ่ และไวขึ้น...

...แต่ความรู้ในหัวก็น้อยลงเช่นกัน...

...

ถ้าเจาะรูกะโหลกตอนนี้อ ากาศคงพวยพุ่งออกมาจนคนเจาะหน้าทิ่มไปเลยทีเดียว 55555555555

edit @ 29 Sep 2009 12:25:57 by Star* of Radiance

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

พี่สาวผมก็เรียนคณะนี้(คนละม.)

อืมมม การเป็นหมอมันเหนื่อยนะconfused smile sad smile

#1 By mammoz on 2009-09-29 12:37

โฮก อ่านแล้ว...ฉึกๆไปบางข้อ...

เทอมนี้เจอกับความเปลี่ยนแปลงมากจริงๆแหละ

ได้รู้ ได้เห็น ได้เจอ .........

ยังไงก็ตาม โดยรวมแล้วถือว่าดีนะ หึหึopen-mounthed smile

#2 By htdear on 2009-09-29 13:20

บางทีเราก็รู้สึกเหมือนแกนะเว้ย
แบบว่าคณะเราทำไมต้องเป็นแบบนี้
ทำไมทุกคนต้องมุ่งหน้าแต่จะเรียน เห็นแก่ตัว
ทำไมไม่คิดจะช่วยเหลือสังคมอย่างจริงจัง ทำงานกลุ่มซะบ้าง
บางคนกิจกรรมไม่ยอมจะเข้าร่วม สอบได้คะแนนดี สุดท้ายก็มองว่ามันเก่งมันดี ซึ่งจริงๆแล้วเบื้องหลังมันคือความเห็นแก่ตัว

เบื่อๆ เคยคิดอยากซิ่วด้วย

เราว่าเราแย่กว่าแกตรงที่โรงเรียนเรามาน้อย
เราต้องหาเพื่อนใหม่
แต่เตรียมอ่า มาเป็นฝูง
ไม่รู้สิ เราว่ามันยากที่จะหาเพื่อนสนิทนะเนี้ย

อ่า โดยรวมแล้ว 1 เทอมมันผ่านไปแล้วใช่ไหม

ทำไมยังไม่ค่อยรู้จักคณะนี้มากเท่าไหร่
ก็แค่พูดได้ว่าเราอยู่คณะนี้

แต่ความเป็นหนึ่งเดียว ความรัก ความรู้ที่ได้ มันน้อยไปเมื่อเทียบกับความคาดหวังก่อนที่จะสอบเข้าคณะนี้

#3 By someone in MDCU65 (125.24.214.243) on 2009-09-29 15:13


^
(อุ...นั่นใคร? บอกผ่านเอ็มก็ได้นะ หรือถ้าไม่บอกก็ไม่เป็นไรนา^__^)

เอาจริงๆ เราว่าคนที่ไม่ช่วยทำอะไรเลย มันก็ไม่ได้ออกจะน่าประณามว่าเห็นแก่ตัวเท่าไหร่นะ (แม้จะเป็นอย่างนั้นจริงในกิจกรรมต่างๆก็เหอะ)
ก็เคยหงุดหงิดเหมือนกันแหละ แต่ไปๆมาๆ...คนที่เป็นแบบนี้เราว่าน่าสงสารออก คืออนาคตเขาจะไปตายเอง 55+
เกรดดี ได้สาขาที่ต้องการ แต่ไม่เข้าใจคน ทำอะไรก็ไม่เป็น...วันๆนึงหวังแต่ว่าจะมีความสุขกับอนาคต สร้างคุณค่าให้ตัวเองก็ไม่ได้
หึหึ

อนึ่ง เพื่อนสนิทน่ะหายากเสมอแหละ กระทั่งที่มาจากเตรียมฯด้วยกัน ส่วนใหญ่เราไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยคุยด้วย ไม่รู้จักอะไรเลยsad smile แล้วคนที่คุยได้ก็มีอยู่แค่ที่เห็นอยู่- - แต่ทางหนึ่ง(ทางเดียว...)ที่จะหาคนที่สนิทได้ก็คือทำกิจกรรมนี่แหละนะconfused smile
ดังนั้น...จงทำต่อไป เพื่อนเอ๋ย 55+

ป.ล. ก่อนเข้ามาเราไม่หวังอะไรเลย และตอนนี้ก็ไม่หวัง...
ป.ป.ล. เห็นไหมว่าความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และความรักในรุ่น มันไม่สามารถจัดฉากสร้างได้ด้วยเวลาเพียง 5 วัน 55555

#4 By Star* of Radiance on 2009-09-29 15:37

เฮ้ย คณะตูก็มีเหมือนกันไอ้พูดไม่รู้เรื่องเนี่ย(มักจะเป็นกับเด็กโอทุกวิชายกเว้นเคมี >:3 และดีกรีความพูดไม่รู้เรื่องจะคูณยี่สิบช่วงใกล้สอบ และหลังสอบ)sad smile

#5 By TeChNiKoS[9.9796] on 2009-09-29 16:21

ว้าวววว

ชีวิตเราไม่ต่างกันเท่าไหร่ 55+

แต่ปีนี้ชิวนิ่

ของเราหนักแล้วและจะหนักขึ้นเรื่อยๆเฮ้อ

#6 By THEBEE on 2009-09-29 20:11

นี่ขอพูดตรงๆ ตรงนี้เลยนะ

เราเข้าใจว่าคณะพวกเราเนี่ย เรียนหนักและเหนื่อยจริง ไม่มีใครปฎิเสธได้ แต่แกพึงระลึกไว้เลยว่าปีหนึ่งเนี่ยสบายที่สุดแล้ว"จริงๆ" ซึ่งไม่ได้จะว่าสถาบันแกนะ แต่เราคิดว่าสถาบันเราเนี่ยปีหนึ่งเจออะไรมาเยอะเหมือนกัน อาจมีอะไรที่เหมือนกัน และแตกต่างกันสุดกู่ เราเลยรู้สึกอยู่เสมอว่า "ทำไมสถาบันนั้นไม่เจอแบบเราบ้างวะ"

แต่พอมานั่งนึกดู เออ มันก็เป็นประสบการณ์ของเราเองนี่ ถึงเบื่อถึงเหนื่อย แต่ก็ควรคิดไว้ว่าไอเนี่ย มันก็แค่ส่วนหนึ่งในชีวิตที่ต้องเจอ ที่ต้องทนต่อไป

ส่วนเรื่องสังคมในคณะ เราก็รู้สึกได้อ่ะนะ ว่าสถาบันแกมันไม่ค่อยเสถียร(?) เมื่อเทียบกับสถาบันเรา อาจเป็นเพราะเราต้องอยู่หอตั้งแต่ปีหนึ่งกันเกือบทุกคน ซึ่งเพราะอยู่หอเนี่ยละ มันทำให้เรารู้สึกว่า เราได้หล่อหลอมเข้าได้กันไปอย่างช้าๆ จนในที่สุดก็เริ่มรู้สึกว่าที่นี่คือ"บ้าน"อีกหนึ่งหลังของเราดีๆ เองนี่ล่ะ

เราก็คงไม่ขอให้แกคิดอะไรได้จากคอมเมนต์เรา (อ่าว?) แต่เรารู้สึกว่าต่อไปแกก็จะรู้่ได้เอง เพราะยังไงปีสูงๆ มันก็น่าจะเหมือนๆ กันล่ะนะ

#7 By Gothix on 2009-11-01 23:00