เล่าเบื้องต้น ย้อนความสักเล็กน้อย

...

 

เราเป็นนักเรียนชั้นม.6 สายวิทย์ โรงเรียนเตรียมฯ และได้ 4.00
ซึ่งก็ทายไม่ยากหรอกว่า

ตอนนี้เราอยากเรียนหมอ

...แล้วแหละ

 

... 

เมื่อครั้งอดีต
เราเคยอยากเรียนเศรษฐศาสตร์มาก...มาก...มาก...เพราะรู้สึกว่ามันเป็นวิชาน่าสนใจ รู้สึกว่าถ้าเราพีคสุดๆจะมีโอกาสทำอะไรได้มหาศาล

แต่ตอนนี้ พอคิดไปคิดมาแล้ว...เราจะเรียนเศรษฐศาสตร์ไปทำงานอะไรยังไม่รู้เลย นอกจากนี้ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าเราเรียนแล้วเราจะพีคได้อย่างที่ฝัน

นอกจากนั้น พอมาลองดูสิ่งที่เราชอบจริงๆ--เราชอบภาษา เราชอบวาดรูป เราชอบดนตรี
ซึ่ง เมื่อมาคิดว่าต้องอยู่กับอะไรพวกนี้ตลอดเวลา...ขอบอกเลยล่ะว่า คงไม่ไหวแน่ๆ

นอกจากนี้ เรายังไม่ชอบงานแบบนั่งออฟฟิศ
ถึงมันจะไม่เหนื่อยกระอัก แต่ความรู้สึกกดดันสำหรับเราแล้วมันสูงทีเดียว...

ไม่ใช่ว่าเราหยิบหย่ง ความอดทนต่ำ ทนนู่นนิดนี่หน่อยก็ไม่ได้...แต่เนื้องานที่ต้องใช้สิ่งที่เราชอบเต็มๆน่ะ มันไม่เหมาะกับลักษณะนิสัยของเราจริงๆ

อย่างเรา ซึ่งรับผิดชอบเฉพาะเมื่อจำเป็น ประเมินความสามารถตัวเองก่อนรับงานเสมอ แบบนี้ไปทำอะไรอิสระเกินก็ไม่ได้(เพราะเดี๋ยวมันจะไม่ทำ- -)
แล้วขืนอยู่กับกฎระเบียบอย่างสำนักงาน สักวันมันต้องแหกคอกให้กระจุยกระเจิงกันไปทั้งบาง

ซึ่ง เรารู้ตัวดี ว่าอย่างเรามันต้องโดนอะไรสักอย่างบังคับให้ทำงานหนักๆๆ แล้วทำสิ่งที่เรารักตามแต่เวลาว่างจะอำนวยเท่านั้นแหละ--อย่างที่เป็นมาทั้งชีวิต--มันถึงจะถูกชะตากับเรา

เพราะงานที่หนักจริงๆเป็นหนทางเดียวที่จะรีดความสามารถเราออกมาได้--พิสูจน์หลายครั้งจนอนาถตัวเองว่า ถ้าไฟไม่ลนตรูด งานไม่สุมหัว แผนไม่ต้องวาง แล้ว เราจะไม่มีผลงานอะไรออกมาเลยจริงๆ
ส่วนสิ่งที่เรารัก สิ่งที่เราชอบ ถ้าได้ทำในเวลาอันจำกัด จะยิ่งรู้สึกว่าสิ่งเหล่านั้นมีค่ามาก และรักยิ่งขึ้นไปอีก

...แม้ทุกวันจะไม่ใช่นรก แต่พอมีเวลาว่างทีอย่างกับสวรรค์...

(แถม)

เราเคยบอกไปในบอร์ดหนึ่ง(ด้วยชื่ออื่น) นัยว่า

สิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เรารัก กับสิ่งที่เราจะยึดเป็นอาชีพจริงๆ

มันอาจจะไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

ฉะนั้น...ทำในสิ่งที่รัก รักในสิ่งที่ทำ...มันคงเป็นไปไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์สำหรับเราหรอก

 

...

 

เมื่อตัดสินใจได้จริงๆว่า คงมีแต่คณะแพทย์ที่จะดูดเวลาอู้ในชีวิตเราไปได้มากมายขนาดนั้น...ก็ต้องเลือกคณะ แล้วก็จ่ายตังให้กสพท.

ซึ่งเราเลือกไปดังนี้

1. จุฬาฯ

2. ศิริราช

3. รามาฯ

4. วชิระฯ

...- -"

โอว คะแนนร่วงไปนิดเดียวอาจวืดหมดทั้งสี่ได้ 555

 

...

หลังจากนั้น...ก็อู้มาเรื่อย

เรื่อย

เฉื่อย

แฉะ

กระทั่ง...อีกสองสัปดาห์ สอบความถนัดแพทย์

 

ไอ้วีคแรกก็ไม่เท่าไหร่หรอก ก็นั่งเพ่งแนวทางเรื่อยๆ

วีคสองนี่สิ...นอนไม่ค่อยจะหลับ กระสับกระส่าย กินอะไรไม่ลงเลยเป็นวันๆ...แต่คราวนี้ไม่ยักน็อกนอนตาย ไม่ยักโซเซ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน

ยิ่งสองสามวันสุดท้ายนี่ยิ่งแย่

คือ รู้ตัวว่าต้องการสมาธิ สติ และก็รู้ว่าเดี๋ยวในที่สุดเราก็มีสมาธิ มีสติขึ้นมาได้เองในวันสอบเสมอ

แต่มากดดันตัวเองแบบนี้แล้วมันก็...นะ- -"

 

ผลจากความเครียดเพราะตัวเองล้วนๆนั้น ปรากฏเด่นใน Current Status อันนี้:

Current Status: เชื่อมโยง...WTF!!!

 

...

 

แต่สุดท้ายแล้วก็มั่นใจขึ้นมาได้ล่ะ

 

...

 

ตอนสอบ

 

พาร์ทแรก เป็นพวกมิติสัมพันธ์ จับใจความ อนุกรม การใช้เหตุผล...อะไรเทือกเนี้ย

สารภาพว่าเห็นอนุกรมแล้วตื้นตันใจ...ตันไปเลย...คือจะว่าง่ายก็ง่าย เพราะถ้าปิ๊งแล้วมันจะออกทันที แต่จะว่ายากก็ยาก เพราะถ้าสมองมึน ตัน ตื้อ ณ เวลานั้น เพ่งให้ตายยังไงก็มองไม่ออก
(ซึ่งคราวนี้เราเป็นกรณีหลังแฮะ- -")

ส่วนอย่างอื่นก็ไม่มีอะไรน่ากังวลมาก...ไม่มีอะไรน่ากังวลเท่ากับอนุกรมที่มองไม่ออกแล้วล่ะ

 

พาร์ทสอง เป็นข้อสอบจริยธรรม...ชนิดที่เห็นแล้วอึ้ง ทึ่ง สยอง

...ทำไมมันมีการเมืองเยอะแยะงี้วะ...

...อะไรคือสิ่งที่ถูกที่สุด ในเมื่อคนทั้งประเทศยังไม่รู้ แล้วตูจะรู้ไหม...

- -"

สรุป วัดดวงสถานเดียว จบ

 

เรารู้สึกว่าความกังวล ความเครียด มันค่อยๆหายไปหมดตั้งแต่สอบพาร์ทแรกเสร็จ--ลักษณะว่าคงไม่สามารถเสียอะไรไปได้มากกว่านี้แล้ว

พอออกมาพักเที่ยงก็เลยโล้งโล่ง...หัวสมองว่างเปล่า...เมิงอย่าถาม ตูไม่รู้...เมิงถามมาเฮอะ ตูก็จำไม่ได้อยู่ดี...เรียกได้ว่าไม่อาจช่วยใครทำมาหากินกับข้อสอบวิชาเฉพาะแพทย์ได้เลย เพราะสมองที่กระทบกระเทือนไปมากเมื่อพาร์ทแรกถูกดีลีทไปโดยสิ้นเชิงเมื่อสอบพาร์ทสองจบ

 

พาร์ทสาม วัดความคิดเชื่อมโยง แบ่งเป็นสองpassage

ผิดคาดมานิดนึง...เดิมเขาจะมีแต่เหตุไปผล ส่วนขยาย และไม่เกี่ยวอะหยังกะไผเลย คราวนี้มียับยั้งเพิ่มเข้ามาอีกตัว--แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เราสับสนอะไรเลยสักนิดน่า

อันแรก...โรคฟันผุ...อะไรสักอย่าง อันนี้มึนมากๆ มันไม่มั่นใจเลยว่าเราตอบถูก เราตอบครบ
เราก็คิดแล้วคิดอีก ว่ามันไม่ใช่ "ผลโดยตรง" ของข้อความนี้นี่หว่า...อะไรทำนองนี้อยู่หลายรอบ
จนในที่สุดก็ไม่ใส่สิ่งที่เราลังเลลงไปเลยสักตัว

เรายอมให้เขาหักคะแนนไปข้อละนิดละหน่อย ดีกว่าโดนหักทีพรวดๆๆเหลือศูนย์ ถ้ามันเกิดผิดขึ้นมา
เพราะยังไงเราก็ไม่ยอมเสี่ยงได้ศูนย์รวดหรอก

อันที่สอง...ราคาน้ำมันโลก...อะไรสักอย่าง
อยากจะบอกว่าง่ายเป็ด เห็นแล้วอยากขำ 555
คุ้นๆเหมือนเพิ่งเห็นเรื่องวิกฤตราคาน้ำมันทำนองนี้ พออ่านปึ๊บมันเลยพรืดๆๆได้เองโดยอัตโนมัติ

...

 

ออกจากห้องสอบ

ไม่อยากพูดถึงสิ่งที่ผ่านไปแล้ว เพราะรังแต่จะทำให้ความสุขของเราลดลงเปล่าๆ

ไม่อยากพูดถึงข้อสอบที่เพิ่งสอบไป...เพราะเราจำอะไรไม่ได้- -"

ฉะนั้น

 

"ใครคุยเรื่องวิชาเฉพาะแพทย์...เมิงตาย!"

 

จึงเป็นคำตอบสุดท้าย สำหรับชีวิตเราตอนนี้

 

- -"

 

 

ความหวัง

- ถ้าได้เกิน240/300 จะเป็นดั่งเทพเจ้าลงมาอยู่ในร่างชั่วขณะ...เรียกได้ว่าเทพทำ ไม่ใช่เราทำแล้ว! (แต่ถ้าได้จะบุญโขสุดๆล่ะ...อยากได้คะแนนเท่านี้มากๆ จะได้เบาภาระเอเน็ต)

- ถ้าได้เกิน210/300 จะเป็นดั่งมาตรฐานที่เราหวังไว้เลยจริงๆ เราอยากได้คะแนนตั้งแต่210++ (ด้วยเหตุผลเดียวกะ240) ต่ำกว่านี้เราจะแย่เอา

- ถ้าได้เกิน200/300 จะเป็นดั่งมาตรฐานที่เราหวังไว้อีกอัน...คืออย่างน้อยเราก็ขอให้มันได้200++ ไม่งั้นโอกาสติดหมอมันจะต่ำลงเยอะมาก

 

...

 

เราก็หวังแต่ว่า ความหวังที่เราหวังไว้จะเป็นจริงก็แล้วกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 240++

555

แม้มันจะมีโอกาสเป็นไปได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

แต่อย่างน้อยมันก็พอมีโอกาสอยู่บ้างเล็กๆน้อยๆล่ะวะ

555

 

หรืออย่างน้อย 210++ ก็ยังดีน่า...

 

พลีสเหอะ

 

พลีสสสสสสสสสสสสสสส

 

...

 

(จบ...ดีกว่า- -)

edit @ 1 Nov 2008 22:10:08 by Star* of Radiance

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดีที่ตูไม่สอบ - -"
(ยืนยันคำเดิม เรารักเคมีcry )

#1 By TeChNiKoS[9.9796] on 2008-11-02 10:18

ขอให้สอบติดละกันน้อง มาเป็นรุ่นน้องพี่ หุหุ

#2 By flawas on 2009-01-18 22:41

สวัสดีจ้ะ
เราชื่อนัทนะ ไม่รู้ว่าใช่เอื้อเพื่อนบี รึเปล่า แต่เค้ามาเดาเอา

(เสิร์ชจากกูเกิ้ลเลย ๕๕ ว่างจัด)

อ่านตรงนี้
"เมื่อครั้งอดีต
เราเคยอยากเรียนเศรษฐศาสตร์มาก...มาก...มาก...เพราะรู้สึกว่ามันเป็นวิชาน่าสนใจ รู้สึกว่าถ้าเราพีคสุดๆจะมีโอกาสทำอะไรได้มหาศาล

แต่ตอนนี้ พอคิดไปคิดมาแล้ว...เราจะเรียนเศรษฐศาสตร์ไปทำงานอะไรยังไม่รู้เลย นอกจากนี้ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าเราเรียนแล้วเราจะพีคได้อย่างที่ฝัน

นอกจากนั้น พอมาลองดูสิ่งที่เราชอบจริงๆ--เราชอบภาษา เราชอบวาดรูป เราชอบดนตรี
ซึ่ง เมื่อมาคิดว่าต้องอยู่กับอะไรพวกนี้ตลอดเวลา...ขอบอกเลยล่ะว่า คงไม่ไหวแน่ๆ "

แล้วรู้สึกว่า
อืม จริง (ว่ะ) ๕๕

ดีใจด้วยที่ติดหมอนะจ๊ะ ความฝันเป็นจริงแล้วน้า :D

(ยังไม่รู้เลยว่าใช่เพื่อนบี หรือไม่ สรุปเองเออเองไปก่อนแล้ว ถ้าไม่ใช่ ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งค่ะ โปรดอย่าใส่ใจ คนเข้าผิดเว็บ คิดซะว่าเหมือนคนโทรผิดนะคะ ๕๕)


ป.ล. ยังไม่รู้เลยว่า เจ้าของไดอะรี่ จะได้อ่านไหม ๕๕๕

#3 By นัทจ้ะ* (205.201.221.51) on 2009-05-23 12:35

ตอบ ท่านนัท
ใช่แล้ว 55+

#4 By Star* of Radiance on 2009-05-23 20:43

ชะละละลัลล่า
เดาถูกด้วยวุ้ย

น่าไปเปิดร้านหมอดู ~~

(เต้นระบำฮุลาฮุล่าสามรอบ*)

ยินดีที่ได้รู้จัก อย่างเป็นทางการจ้ะเอื้อ
(ทางการรึป่าวหว่า อย่างนี้?)

#5 By นัท* (205.201.221.51) on 2009-05-24 12:59