[มิว่าง] สอบวิชาเฉพาะแพทย์
posted on 01 Nov 2008 20:28 by findarato in Triamudomเล่าเบื้องต้น ย้อนความสักเล็กน้อย
...
เราเป็นนักเรียนชั้นม.6 สายวิทย์ โรงเรียนเตรียมฯ และได้ 4.00
ซึ่งก็ทายไม่ยากหรอกว่า
ตอนนี้เราอยากเรียนหมอ
...แล้วแหละ
...
เมื่อครั้งอดีต
เราเคยอยากเรียนเศรษฐศาสตร์มาก...มาก...มาก...เพราะรู้สึกว่ามันเป็นวิชาน่าสนใจ รู้สึกว่าถ้าเราพีคสุดๆจะมีโอกาสทำอะไรได้มหาศาล
แต่ตอนนี้ พอคิดไปคิดมาแล้ว...เราจะเรียนเศรษฐศาสตร์ไปทำงานอะไรยังไม่รู้เลย นอกจากนี้ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าเราเรียนแล้วเราจะพีคได้อย่างที่ฝัน
นอกจากนั้น พอมาลองดูสิ่งที่เราชอบจริงๆ--เราชอบภาษา เราชอบวาดรูป เราชอบดนตรี
ซึ่ง เมื่อมาคิดว่าต้องอยู่กับอะไรพวกนี้ตลอดเวลา...ขอบอกเลยล่ะว่า คงไม่ไหวแน่ๆ
นอกจากนี้ เรายังไม่ชอบงานแบบนั่งออฟฟิศ
ถึงมันจะไม่เหนื่อยกระอัก แต่ความรู้สึกกดดันสำหรับเราแล้วมันสูงทีเดียว...
ไม่ใช่ว่าเราหยิบหย่ง ความอดทนต่ำ ทนนู่นนิดนี่หน่อยก็ไม่ได้...แต่เนื้องานที่ต้องใช้สิ่งที่เราชอบเต็มๆน่ะ มันไม่เหมาะกับลักษณะนิสัยของเราจริงๆ
อย่างเรา ซึ่งรับผิดชอบเฉพาะเมื่อจำเป็น ประเมินความสามารถตัวเองก่อนรับงานเสมอ แบบนี้ไปทำอะไรอิสระเกินก็ไม่ได้(เพราะเดี๋ยวมันจะไม่ทำ- -)
แล้วขืนอยู่กับกฎระเบียบอย่างสำนักงาน สักวันมันต้องแหกคอกให้กระจุยกระเจิงกันไปทั้งบาง
ซึ่ง เรารู้ตัวดี ว่าอย่างเรามันต้องโดนอะไรสักอย่างบังคับให้ทำงานหนักๆๆ แล้วทำสิ่งที่เรารักตามแต่เวลาว่างจะอำนวยเท่านั้นแหละ--อย่างที่เป็นมาทั้งชีวิต--มันถึงจะถูกชะตากับเรา
เพราะงานที่หนักจริงๆเป็นหนทางเดียวที่จะรีดความสามารถเราออกมาได้--พิสูจน์หลายครั้งจนอนาถตัวเองว่า ถ้าไฟไม่ลนตรูด งานไม่สุมหัว แผนไม่ต้องวาง แล้ว เราจะไม่มีผลงานอะไรออกมาเลยจริงๆ
ส่วนสิ่งที่เรารัก สิ่งที่เราชอบ ถ้าได้ทำในเวลาอันจำกัด จะยิ่งรู้สึกว่าสิ่งเหล่านั้นมีค่ามาก และรักยิ่งขึ้นไปอีก
...แม้ทุกวันจะไม่ใช่นรก แต่พอมีเวลาว่างทีอย่างกับสวรรค์...
(แถม)
เราเคยบอกไปในบอร์ดหนึ่ง(ด้วยชื่ออื่น) นัยว่า
สิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เรารัก กับสิ่งที่เราจะยึดเป็นอาชีพจริงๆ
มันอาจจะไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
ฉะนั้น...ทำในสิ่งที่รัก รักในสิ่งที่ทำ...มันคงเป็นไปไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์สำหรับเราหรอก
...
เมื่อตัดสินใจได้จริงๆว่า คงมีแต่คณะแพทย์ที่จะดูดเวลาอู้ในชีวิตเราไปได้มากมายขนาดนั้น...ก็ต้องเลือกคณะ แล้วก็จ่ายตังให้กสพท.
ซึ่งเราเลือกไปดังนี้
1. จุฬาฯ
2. ศิริราช
3. รามาฯ
4. วชิระฯ
...- -"
โอว คะแนนร่วงไปนิดเดียวอาจวืดหมดทั้งสี่ได้ 555
...
หลังจากนั้น...ก็อู้มาเรื่อย
เรื่อย
เฉื่อย
แฉะ
กระทั่ง...อีกสองสัปดาห์ สอบความถนัดแพทย์
ไอ้วีคแรกก็ไม่เท่าไหร่หรอก ก็นั่งเพ่งแนวทางเรื่อยๆ
วีคสองนี่สิ...นอนไม่ค่อยจะหลับ กระสับกระส่าย กินอะไรไม่ลงเลยเป็นวันๆ...แต่คราวนี้ไม่ยักน็อกนอนตาย ไม่ยักโซเซ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
ยิ่งสองสามวันสุดท้ายนี่ยิ่งแย่
คือ รู้ตัวว่าต้องการสมาธิ สติ และก็รู้ว่าเดี๋ยวในที่สุดเราก็มีสมาธิ มีสติขึ้นมาได้เองในวันสอบเสมอ
แต่มากดดันตัวเองแบบนี้แล้วมันก็...นะ- -"
ผลจากความเครียดเพราะตัวเองล้วนๆนั้น ปรากฏเด่นใน Current Status อันนี้:
Current Status: เชื่อมโยง...WTF!!!
...
แต่สุดท้ายแล้วก็มั่นใจขึ้นมาได้ล่ะ
...
ตอนสอบ
พาร์ทแรก เป็นพวกมิติสัมพันธ์ จับใจความ อนุกรม การใช้เหตุผล...อะไรเทือกเนี้ย
สารภาพว่าเห็นอนุกรมแล้วตื้นตันใจ...ตันไปเลย...คือจะว่าง่ายก็ง่าย เพราะถ้าปิ๊งแล้วมันจะออกทันที แต่จะว่ายากก็ยาก เพราะถ้าสมองมึน ตัน ตื้อ ณ เวลานั้น เพ่งให้ตายยังไงก็มองไม่ออก
(ซึ่งคราวนี้เราเป็นกรณีหลังแฮะ- -")
ส่วนอย่างอื่นก็ไม่มีอะไรน่ากังวลมาก...ไม่มีอะไรน่ากังวลเท่ากับอนุกรมที่มองไม่ออกแล้วล่ะ
พาร์ทสอง เป็นข้อสอบจริยธรรม...ชนิดที่เห็นแล้วอึ้ง ทึ่ง สยอง
...ทำไมมันมีการเมืองเยอะแยะงี้วะ...
...อะไรคือสิ่งที่ถูกที่สุด ในเมื่อคนทั้งประเทศยังไม่รู้ แล้วตูจะรู้ไหม...
- -"
สรุป วัดดวงสถานเดียว จบ
เรารู้สึกว่าความกังวล ความเครียด มันค่อยๆหายไปหมดตั้งแต่สอบพาร์ทแรกเสร็จ--ลักษณะว่าคงไม่สามารถเสียอะไรไปได้มากกว่านี้แล้ว
พอออกมาพักเที่ยงก็เลยโล้งโล่ง...หัวสมองว่างเปล่า...เมิงอย่าถาม ตูไม่รู้...เมิงถามมาเฮอะ ตูก็จำไม่ได้อยู่ดี...เรียกได้ว่าไม่อาจช่วยใครทำมาหากินกับข้อสอบวิชาเฉพาะแพทย์ได้เลย เพราะสมองที่กระทบกระเทือนไปมากเมื่อพาร์ทแรกถูกดีลีทไปโดยสิ้นเชิงเมื่อสอบพาร์ทสองจบ
พาร์ทสาม วัดความคิดเชื่อมโยง แบ่งเป็นสองpassage
ผิดคาดมานิดนึง...เดิมเขาจะมีแต่เหตุไปผล ส่วนขยาย และไม่เกี่ยวอะหยังกะไผเลย คราวนี้มียับยั้งเพิ่มเข้ามาอีกตัว--แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เราสับสนอะไรเลยสักนิดน่า
อันแรก...โรคฟันผุ...อะไรสักอย่าง อันนี้มึนมากๆ มันไม่มั่นใจเลยว่าเราตอบถูก เราตอบครบ
เราก็คิดแล้วคิดอีก ว่ามันไม่ใช่ "ผลโดยตรง" ของข้อความนี้นี่หว่า...อะไรทำนองนี้อยู่หลายรอบ
จนในที่สุดก็ไม่ใส่สิ่งที่เราลังเลลงไปเลยสักตัว
เรายอมให้เขาหักคะแนนไปข้อละนิดละหน่อย ดีกว่าโดนหักทีพรวดๆๆเหลือศูนย์ ถ้ามันเกิดผิดขึ้นมา
เพราะยังไงเราก็ไม่ยอมเสี่ยงได้ศูนย์รวดหรอก
อันที่สอง...ราคาน้ำมันโลก...อะไรสักอย่าง
อยากจะบอกว่าง่ายเป็ด เห็นแล้วอยากขำ 555
คุ้นๆเหมือนเพิ่งเห็นเรื่องวิกฤตราคาน้ำมันทำนองนี้ พออ่านปึ๊บมันเลยพรืดๆๆได้เองโดยอัตโนมัติ
...
ออกจากห้องสอบ
ไม่อยากพูดถึงสิ่งที่ผ่านไปแล้ว เพราะรังแต่จะทำให้ความสุขของเราลดลงเปล่าๆ
ไม่อยากพูดถึงข้อสอบที่เพิ่งสอบไป...เพราะเราจำอะไรไม่ได้- -"
ฉะนั้น
"ใครคุยเรื่องวิชาเฉพาะแพทย์...เมิงตาย!"
จึงเป็นคำตอบสุดท้าย สำหรับชีวิตเราตอนนี้
- -"
ความหวัง
- ถ้าได้เกิน240/300 จะเป็นดั่งเทพเจ้าลงมาอยู่ในร่างชั่วขณะ...เรียกได้ว่าเทพทำ ไม่ใช่เราทำแล้ว! (แต่ถ้าได้จะบุญโขสุดๆล่ะ...อยากได้คะแนนเท่านี้มากๆ จะได้เบาภาระเอเน็ต)
- ถ้าได้เกิน210/300 จะเป็นดั่งมาตรฐานที่เราหวังไว้เลยจริงๆ เราอยากได้คะแนนตั้งแต่210++ (ด้วยเหตุผลเดียวกะ240) ต่ำกว่านี้เราจะแย่เอา
- ถ้าได้เกิน200/300 จะเป็นดั่งมาตรฐานที่เราหวังไว้อีกอัน...คืออย่างน้อยเราก็ขอให้มันได้200++ ไม่งั้นโอกาสติดหมอมันจะต่ำลงเยอะมาก
...
เราก็หวังแต่ว่า ความหวังที่เราหวังไว้จะเป็นจริงก็แล้วกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 240++
555
แม้มันจะมีโอกาสเป็นไปได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
แต่อย่างน้อยมันก็พอมีโอกาสอยู่บ้างเล็กๆน้อยๆล่ะวะ
555
หรืออย่างน้อย 210++ ก็ยังดีน่า...
พลีสเหอะ
พลีสสสสสสสสสสสสสสส
...
(จบ...ดีกว่า- -)
edit @ 1 Nov 2008 22:10:08 by Star* of Radiance

(ยืนยันคำเดิม เรารักเคมี
#1 By TeChNiKoS[9.9796] on 2008-11-02 10:18